Jumanji: The Next Level เผยข้อมูลงานสร้าง

หลังจากความสำเร็จระดับโลกของ Jumanji: Welcome to the Jungle ทีมผู้สร้างก็รู้ว่าพวกเขามีโอกาสในการเล่าเรื่องราวของตัวละครเหล่านี้ต่อไป “ภาคแรกเป็นเรื่องของความหมายของการเข้าใจตัวคุณเอง และการโอบกอดทุกสิ่งที่คุณสามารถทำได้ครับ” ผู้อำนวยการสร้างแมทท์ โทลมัคกล่าว “สิ่งสำคัญเกี่ยวกับชีวิตคือเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่นเดียวกับเกม เกมนี้ยกระดับความท้าทายขึ้นและตัวละครก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน”

“โอกาสในการได้กลับมาสู่ไอเดียนี้ สู่ตัวละครพวกนี้ ทั้งเด็กๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงและอวาทาร์ของพวกเขาในเกม เป็นอะไรที่เย้ายวนเกินห้ามใจสำหรับผม” ผู้กำกับเจค คัสแดนกล่าว “แต่ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ของเรื่องราวนี้คือการที่เราสามารถนำทุกคนกลับมาได้ เราได้ทีมงานเดิมกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง แต่ก็เปลี่ยนในสิ่งที่ทุกคนกำลังทำด้วย ซึ่งนั่นทำให้มันกลายเป็นหนังเรื่องใหม่อีกครั้งหนึ่ง มันทำให้เราได้ใช้ไอเดียที่ยิ่งใหญ่นี้อีกครั้ง แต่ในแบบที่แตกต่างออกไปจริงๆ ครับ”

วัยรุ่นไฮสคูลกลุ่มนั้นในตอนนี้กลายเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่พยายามจะสร้างหนทางของตัวเองในโลกใบนี้ พวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งในช่วงวันหยุดปีใหม่และต้องรับมือกับช่วงเวลาใหม่นี้ “ตอนนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นกว่าในภาคที่แล้ว ตอนนี้ พวกเขามีความหลังและความสำเร็จร่วมกัน” ผู้อำนวยการสร้างฮิแรม การ์เซียกล่าว “หนังภาคก่อนนำเสนอโลกในจินตนาการที่น่าตื่นเต้น แต่พร้อมไปกับการผจญภัยครั้งนั้น ผู้ชมก็ได้พบเรื่องอบอุ่นหัวใจมากมาย การเล่นกับโลกของการทำความฝันให้เป็นจริง และการที่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็มีแค่ชีวิตเดียวและเราควรจะใช้ชีวิตนั้นอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เป็นสิ่งที่เป็นจริงในวัฒนธรรมต่างๆ และโชคดีที่ตอนนี้เรามาอยู่ตรงจุดนี้...เพื่อสร้างซีเควลที่เราหวังว่าจะน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้นในทุกๆ ทางนะครับ”

“สำหรับผม มีบางสิ่งที่ทรงพลังจริงๆ เกี่ยวกับไอเดียของการขยายโลกใบนี้ให้ครอบคลุมตัวละครที่อยู่ในจังหวะชีวิตที่แตกต่างออกไปในชีวิตของพวกเขา ผมรักเด็กๆ พวกนี้และผมก็รักการเล่าเรื่องราวของพวกเขา การสานต่อเรื่องราวของพวกเขาในหนังเรื่องนี้” คัสแดนกล่าว “แต่การได้เอ็ดดี้และไมโลเพิ่มเข้ามาก็เหมือนกับการค้นพบห้องใหม่ในบ้านของคุณ มันแป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสุดๆ สำหรับผม และแดนนี แดนนีก็ทำให้ฝันนั้นเป็นจริงครับ”

โทลมัค ผู้เป็นแฟนของ Jumanji ต้นฉบับ รวมถึงหนังสือแฟนตาซีสำหรับเด็กของคริส แวน ออลส์เบิร์ก ที่เป็นแรงบันดาลใจของแฟรนไชส์นี้ ได้อธิบายถึงสิ่งที่ขับเคลื่อนพัฒนาการตัวละครและการเล่าเรื่อง ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้ชมในแบบที่เป็นส่วนตัวเหลือเกิน “พวกเราหลายคนไม่ตระหนักด้วยซ้ำไปว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง เกมทำให้คุณได้เห็นเสี้ยวหนึ่งของพลังของคุณที่ควรจะถูกนำออกมาใช้ ประเด็นสำคัญของ Jumanji คือเกมเข้าใจคุณ เกมรู้จุดอ่อนจุดแข็งของคุณ และมันก็ท้าทายให้คุณเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของคุณครับ”

ในครั้งนี้ พวกเขารู้ว่าพวกเขาต้องเผยให้เห็นโลกของ Jumanji มากขึ้น เช่นเดียวกับที่พวกตัวละครออกไปสำรวจโลกนอกเกมที่กว้างใหญ่กว่า ภายในเกม เราก็ได้สำรวจสถานที่ใหม่ๆ รวมถึงเนินทรายที่แห้งเล้ง หุบเขาสูงชันและภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สถานที่แต่ละแห่งมีความท้าทายที่แตกต่างกันไปที่ตัวละครจะต้องฝ่าฟัน ก่อให้เกิดซีเควนซ์แอ็กชันที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่รับประกันได้เลยว่าจะต้องสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้อย่างแน่นอน

นักแสดงนำและผู้อำนวยการสร้างของเรื่อง ดเวย์น จอห์นสันเล่าว่า พวกเขารู้ดีว่าความคาดหวังสูงแค่ไหนตั้งแต่เริ่มแรก “สโคปและสเกลของหนังเรื่องนี้อลังการจริงๆ เมื่อเป็นเรื่องของ Jumanji มันบังคับให้ต้องเป็นอย่างนั้น เราเริ่มทำงานนี้โดยรู้ว่ามีความกดดันและเราก็ต้องยกระดับงานของเราขึ้นมา เราต้องเพิ่มเลเวลตัวเอง เราก็เลยนำทีมผู้สสร้างที่เก่งที่สุด และหาหัวหน้าแผนกและทีมงานที่เก่งที่สุด นอกจากนั้น สิ่งที่เจ๋งจริงๆ เกี่ยวกับ Jumanji คือเราไม่มีขีดจำกัดอะไรเลย เพราะมันเป็นวิดีโอเกมนี่ครับ”

ไม่มีใครที่รู้วิธีการทำคะแนนเกมนี้ให้ได้สูงๆ ได้ดีไปกว่าผู้กำกับ มือเขียนบทร่วมและผู้อำนวยการสร้างเจค คัสแดน ผู้ “เป็นหัวใจและจิตวิญญาณของการผจญภัยและแฟรนไชส์ Jumanji” ตามที่โทลมัคกล่าวว่า “เจคเป็นคนที่ท้าทายพวกเราทุกคนให้สร้างหนังที่คู่ควรกับสิ่งที่เราเคยทำได้มาก่อน แต่เรายังต้องไปไกลกว่านั้นอีก ผ่านทางการเล่าเรื่อง ตัวละครใหม่ สัตว์ชนิดใหม่ อวาทาร์ของเราจะต้องหาวิธีที่จะต้องจัดการกับเกมและชีวิตตัวเองครับ”

คัสแดนกล่าวว่า “คุณจะได้เรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับตัวเองถ้าคุณสามารถใช้เวลาหนึ่งวันเป็นคนอื่นได้? นั่นเป็นแนวคิดสำคัญของหนังพวกนี้อย่างเห็นได้ชัดครับ แต่มันจะเป็นคำตอบที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงเมื่อคุณใช้มันกับตัวละครใหม่พวกนี้ ที่มองย้อนกลับยังชีวิตที่พวกเขาเคยใช้มา ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่โดนใจใครหลายคน เพียงเพราะว่าคุณอายุมากขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะหยุดค้นพบสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับตัวเองนะครับ”

ในขณะที่ภาคที่แล้ว ตัวละครของเราทิ้งโลกที่พวกเขารู้จักไว้เบื้องหลังและกลายเป็นคนอื่น เป็นนักผจญภัย หมอ หรือเป็นนักสู้ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขาจะทำความเข้าใจว่าพวกเขาเป็นใครและเกมนี้เปลี่ยนแปลงพวกเขาไปอย่างไรบ้าง

“หนังเรื่องนี้นำพาสิ่งต่างๆ ไปสู่อีกระดับหนึ่ง ตามอย่างชื่อหนังของเรา ในหลายๆ ทาง เราได้ไประดับถัดไปด้วยซีเควนซ์แอ็กชันของเรา ที่เป็นซีเควนซ์แอ็กชัน เป็นฉากประกอบที่น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ สิ่งที่เราสร้างเรื่องเอาไว้คือมีโลก Jumanji หลายโลก เราก็เลยจะไปยังยอดเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เราได้อยู่ในเนินทรายในทะเลทราย เราได้กลับไปอยู่ในป่าอีกครั้ง เราไปอยู่ที่นั่นที่นี่ทั่วไปหมดในแบบที่ดีที่สุดครับ” นักแสดง/ผู้อำนวยการสร้างดเวย์น จอห์นสันกล่าวอย่างตื่นเต้น “ถ้าคุณโชคดีพอที่ได้แสดงหนังที่ประสบความสำเร็จอย่าง Jumanji ภาคแรก คุณก็ต้องยกระดับมันขึ้นมา คุณต้องเร่งเกมของคุณเอง คุณต้องเพิ่มเลเวลตัวเองขึ้นมา ซึ่งผมก็คิดว่าเราทำได้ ไม่เพียงเท่านั้น เรายังได้แนะนำตัวละครใหม่ๆ ในหนังเรื่องนี้ ซึ่งผมคิดว่าผู้ชมจะต้องสนองกับพวกเขาจริงๆ”

Jumanji เป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ คุณจะได้เห็นดาราดังปรากฏตัวขึ้น และแสดงบทบาทที่ค้านกับบุคลิกตัวเอง ในแบบที่คุณไม่เคยเห็นพวกเขาแสดงมาก่อน ความคาดเดาไม่ได้นั้นทำให้เกิดช่วงเวลาพิเศษสุดที่คุณจะไม่พบจากที่อื่น “สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้คือตัวละครไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวด้วยอวาทาร์แบบเดิมกับในหนังภาคแรก ซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดความตลกอยู่แล้ว ฉันเคยชินกับการอยู่ในร่างที่น่าขันนี้แล้ว ซึ่งมันก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่ตอนนี้ ฉันต้องมาอยู่ในร่างนี้เนี่ยนะ ไอเดียของ Jumanji คือมันนำตัวคุณมาอยู่ในเกมในรูปแบบอวาทาร์ เพื่อทำให้คุณได้เห็นบางสิ่งเกี่ยวกับตัวเอง ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นเรื่องที่บันเทิงใจมากๆ ครับ” โทลมัคกล่าวสรุป

Loading...
Loading...
คอหนังดอทคอม webkornang@gmail.com