การเดินทางของโซนิคสู่จอภาพยนตร์ ของ Sonic The Hedgehog โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก

Sonic the Hedgehog คือภาพยนตร์ตลกแอ็คชั่นที่ใช้คนแสดง ซึ่งสร้างจากแฟรนไชส์วิดีโอเกมระดับบล็อกบัสเตอร์ของโลก จากเซก้า ที่มีตัวละครเอกเป็นเม่นสีฟ้าสดใสเจิดจ้าผู้โด่งดังและมาจากอีกโลกหนึ่ง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการติดตามการผจญภัยวายป่วงของ โซนิค เมื่อเขาต้องเผชิญกับความซับซ้อนของชีวิตใหม่บนโลกมนุษย์ ซึ่งเขาอยู่กับเพื่อนรักคนใหม่ที่เป็นมนุษย์อย่าง ทอม (เจมส์ มาร์สเด้น) โซนิคและทอมต้องผนึกกำลังกันเพื่อหยุดยั้งดร.โรบ็อทนิก (จิม แคร์รี่ย์) ผู้ชั่วร้ายที่พยายามจะจับตัว โซนิค และใช้พลังอันโดดเด่นที่เขามีเพื่อยึดครองโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังร่วมแสดงนำโดย ทิก้า ซัมป์เตอร์ ผู้รับบท แม็ดดี้ ภรรยาของทอม และ เบน ชวาร์ตซ์ ผู้ให้เสียงเป็น โซนิค

โซนิคคือลูกบอลที่อัดแน่นไปด้วยซูเปอร์พลังและความเร็ว ในแบบที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นงานแพ็คเก็จที่เท่ฝุดๆ แน่นอน ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับวายร้ายที่หิวกระหายพลังอย่างมหาศาล และ โซนิค ต้องหลบหนีจากดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกลของเขา ด้วยความช่วยเหลือจาก ลองคลอว์ ผู้เป็นทั้งเพื่อนและผู้คอยปกป้องเขา และแหวนทองสุดมหัศจรรย์ เพื่อให้เขาหนีมายังดาวเคราะห์ที่มีชื่อว่า โลก คำสั่งเสียสุดท้ายของ ลองคลอว์ ที่มีให้กับหนุ่มน้อยในการดูแลของเธอก็คือ “จงอย่าหยุดวิ่งเด็ดขาด” ดูเข้ากันได้ดีทีเดียวกับโซนิค โซนิคปรับตัวกับการใช้ชีวิตอยู่บนโลก โดยใช้ชีวิตดี๊ดีแบบมนุษย์ถ้ำ หรือเอาเข้าจริงๆ ก็คือเม่นถ้ำ ที่แสนสบาย เขาเพลิดเพลินไปกับการ์ตูนเรื่องโปรด (แน่นอนต้องเป็นเรื่อง “The Flash”) และภาพยนตร์ที่แสนปลื้ม (จะเป็นเรื่องไหนไปได้ถ้าไม่ใช่เรื่อง Speed) อยู่ในเมืองเล็กๆ อย่างกรีนฮิลล์ส, มอนทาน่า ด้วยการใช้ความรวดเร็วระดับซูเปอร์โซนิคของเขา โซนิคสามารถซ่อนเร้นตัวจากบรรดาเพื่อนบ้านที่เป็นชาวโลกได้ เพราะเขาดูจะแซ่บซ่าส์เกินกว่าโลกนี้จะรับไหว แต่เขาก็มักจะแอบเฝ้าดูพวกชาวเมือง และอยากเป็นเพื่อนกับพวกเขา โดยเฉพาะ ทอม นายอำเภอประจำเมืองนี้ ซึ่งดูท่าจะปลื้มขนมอบยามเช้ามากเป็นพิเศษ จน โซนิค ตั้งฉายาให้เขาว่า “ท่านลอร์ดโดนัท” และแม็ดดี้ ภรรยาของทอม หรือผู้ได้รับฉายาว่า “ท่านหญิงเพร็ทเซล” (เพราะการเล่นโยคะระดับน่าประทับใจของเธอ)

หลังจากได้ดูการแข่งขันเบสบอลของชาวเมือง โซนิคแอบเดินลงไปที่สนามเพียงลำพัง และแสดงพลังเล่นเบสบอลในทุกตำแหน่งด้วยตัวเองคนเดียว มันคือการแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วระดับซูเปอร์ และเป็นความสนุกระดับซูเปอร์ด้วย แต่ถึงกระนั้นมันกลับยิ่งทำให้ โซนิค รู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยวมากขึ้นไปอีก เขาเลยจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นด้วยการวิ่งระดับเทอร์โบ ซึ่งส่งผลให้บริเวณนั้นไฟดับ สถานการณ์ไฟดับอย่างกระหันหันและเป็นวงกว้าง ทำให้ทั้งกองทัพและซีไอเอเกิดความสนใจ จนส่ง ดร. โรบ็อทนิก ผู้ฉลาดระดับอภิมหาอัจฉริยะ แต่เพี้ยนสุดๆ มาตามสืบหาแหล่งที่มาของคลื่นพลังที่ทำให้เกิดไฟดับในครั้งนี้

สำหรับ จิม แคร์รี่ย์ โรบ็อทนิกคือโอกาสที่เขาได้กลับมาหารากเหง้าในการแสดงภาพยนตร์ตลกซึ่งเคยสร้างชื่อให้กับเขาจนกลายเป็นตำนาน แคร์รี่ย์กล่าวว่า “มันยิงเข้าเป้าเรื่องพลังขำขันที่ไร้สาระที่ทุกคนเคยรักมากๆ และเป็นจุดเด่นของภาพยนตร์อย่าง Ace Ventura: Private Eye, The Mask และ Dumb and Dumber การได้มาแสดงเป็น โรบ็อทนิก เหมือนผมได้เปิดประตูระบายน้ำให้ทะลักทลายออกมาเลยครับ”

ขณะเดียวกันนั้น โซนิคและทอม ก็ได้พบเจอกันจนได้ หลังจากที่นายอำเภอพบว่า โซนิค เข้ามารื้อค้นในกระท่อมของเขา และบังเอิญใช้ปืนยิงยาสลบยิงใส่เขาด้วย แต่ก็เพียงไม่นานก่อนที่ โซนิค จะบอกความลับของเขาให้ ทอม รับรู้ และทั้งสองคนก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน และร่วมออกเดินทางเพื่อตามล่าแหวนทองสุดมหัศจรรย์ของ โซนิค ซึ่งบัดนี้ ขึ้นไปอยู่บนยอดสุดของอาคารทรานสอเมริกา ในซานฟรานซิสโก กลับคืนมา

เจมส์ มาร์สเด้นกล่าวว่า “ทอมได้ค้นพบความหมายของการเป็นเพื่อนกับสิ่งมีชีวิตตัวนี้ นี่ยังไม่พูดถึงการที่เขาได้ออกไปผจญภัยอันยิ่งใหญ่ที่ยากจะลืมเลือนครั้งนี้ครับ” และไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ โรบ็อทนิก จะต้องออกตามล่าพวกเขา เพื่อตามจับตัว โซนิค และยึดเอาพลังของเขามาเพื่อ...จะเพื่ออะไรอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่การควบคุมโลกใบนี้ รวมไปถึงจักรวาลด้วย

ดูเหมือนทุกอย่างลงตัวทีเดียวที่ทีมนักแสดงและทีมผู้สร้างที่เปลี่ยนผลงานเด่นของเซก้าและแฟรนไชส์วิโอเกมที่อยู่มายาวนานนี้ ให้กลายมาเป็นภาพยนตร์ ได้แก่ 1) จิม แคร์รี่ย์ นักแสดงตลกชื่อดังผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานภาพยนตร์ที่โด่งดังอย่างรวดเร็วของเขา 2) นีล มอริตซ์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ซีรีส์บล็อกบัสเตอร์อย่าง The Fast and the Furious และ 3) เจฟฟ์ ฟาวเลอร์ ผู้กำกับที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และสร้างชื่ออย่างรวดเร็ว แถมยังเป็นแฟนของเกม Sonic มานานทั้งชีวิต

มอริตซ์กล่าวว่า เขากับทีมงานของเขา ได้รับความท้าทายให้ใส่สิ่งที่แฟนๆ ของเกมชุดนี้หลงรักใน Sonic ลงไปในภาพยนตร์ ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้มันเป็นผลงานที่คนดูที่อาจไม่คุ้นเคยกับตัวละครตัวนี้ สามารถเข้าถึงได้ด้วย ขณะพัฒนางานสร้างอยู่นั้น เขาได้เรียนรู้ว่าคนดูกลุ่มหลังมีจำนวนน้อยกว่าที่เขาคิดเอาไว้เยอะ “เราพบว่าผู้คนรู้จัก Sonic มากกว่าข้าวของอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Lego ด้วยซ้ำ” มอริตซ์กล่าว “ผู้คนต่างสนุกไปกับทัศนคติและความเร็วของโซนิคครับ”

มอริตซ์กล่าวต่ออีกว่า “สำหรับภาพยนตร์ของเราเรื่องนี้ เป้าหมายก็คือการรักษาทุกอย่างเอาไว้ ขณะเพิ่มมิติที่คาดไม่ถึงเข้าไป มันคือการผสมผสานของสิ่งที่เรารักในภาพยนตร์ อาทิ สุดยอดฉากแอ็คชั่น งานแนวตลก และหัวใจอันอบอุ่นที่เกิดจากมิตรภาพของโซนิค กับตัวละครต่างๆ ที่เป็นมนุษย์”

ทิม มิลเลอร์ ผู้อำนวยการสร้างบริหารผู้ก่อนหน้านี้ เคยกำกับภาพยนตร์ดังอีกเรื่องอย่าง Deadpool กล่าวเสริมว่า “นี่คือครั้งแรกที่ โซนิค ถูกจับไปอยู่ในโลกของงานที่ใช้คนแสดง ซึ่งนำความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นมาสู่สิ่งที่เขาทำได้และสิ่งที่เขาเป็นครับ”

ความสัมพันธ์ระหว่างฟาวเลอร์กับโซนิค เริ่มต้นขึ้นตอนเขาอายุ 13 ซึ่งเป็นตอนที่ฟาวเลอร์ได้รู้จักเกมนี้ครั้งแรก “ผมรู้ทันทีเลยว่าเกมและตัวละครตัวนี้จะเปลี่ยนวิดีโอเกมไปตลอดกาลเลยครับ” ฟาวเลอร์อธิบาย “ทัศนคติของโซนิคมีความโดดเด่นและแปลกใหม่มาก ผมไม่เคยสัมผัสกับใครที่เป็นแบบนี้มาก่อน เขาทลายกำแพงด้านที่ 4 ซึ่งไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในเกม มันคือหน้าต่างที่เปิดไปสู่บุคลิกนิสัยของเขา โซนิคมีพฤติกรรมแบบวัยรุ่น ซึ่งทำให้คนเข้าใจได้ในทันที เขามีความเชื่อมั่น มีอารมณ์ขัน และมีลักษณะที่ซุกซนครับ”

ฟาวเลอร์อยากแน่ใจว่าเขาได้ให้เกียรติกับจิตวิญญาณของเกมนี้ และได้ผสมมันเข้าไปในองค์ประกอบของภาพยนตร์ซึ่งแฟนๆ จะต้องจดจำได้ รวมถึงแหวนทอง ซึ่งเปิดช่องทางให้ โซนิค หลบหนีข้ามพื้นที่และเวลา และแน่นอน ความเร็วของเขา, รองเท้าสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ และมรกตพลังงานที่สร้างพลังความสามารถให้กับเขา

ขณะเดียวกัน ฟาวเลอร์และทีมเขียนบท แพ็ต เคซี่ย์ และจอช มิลเลอร์ ต้องการเพิ่มคุณสมบัติอีกหลายประการที่ไม่ได้มีอยู่ในเกม “เราสร้างความอ่อนไหวให้กับโซนิค เพื่อให้คนดูมีอารมณ์อินไปกับเขา” ฟาวเลอร์กล่าว “สำหรับคำพูดเสียดสีของเขา และวิธีการพูดรัวเร็ว โซนิคกำลังพยายามหาว่าเขาจะปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่แห่งนี้อย่างไรครับ”

ความอ่อนไหวถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับตัวละครตัวนี้ แต่ มอริตซ์ บอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีทุกอย่างที่แฟนๆ คาดหวังเอาไว้ และมีมากกว่าที่คาดด้วย “มีฉากไคลแม็กซ์ที่เราจะได้เห็นโซนิคและโรบ็อทนิกไล่ล่ากันไปทั่วปารีส กำแพงเมืองจีน และพีรามิดที่อียิปต์ ก่อนจะกลับมาที่กรีนฮิลล์ส ในเวลาเพียงไม่กี่นาที” ฟาวเลอร์หยอดข้อมูลให้คนดู “คุณไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อนแน่ครับ”

มอริตซ์รู้สึกประทับใจในความสามารถของฟาวเลอร์ที่ไม่เพียงแต่มอบชีวิตให้กับฉากแอ็คชั่นใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ “เขายังมีความรักให้กับโซนิคเยอะมาก และสิ่งที่ภาพยนตร์สักเรื่องจะวนเวียนอยู่รอบตัวเขาได้ เจฟฟ์ต้องการปกป้องตัวละครตัวนี้ และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกนั้น เขาได้มอบการผจญภัยทั้งหมดและความสนุกอย่างที่คุณคาดหวังให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ ขณะทำให้มันเป็นเรื่องราวที่อบอุ่นหัวใจที่เป็นแกนสำคัญของเรื่องครับ”

ตัวโซนิค เองหรือให้ระบุลงไปชัดๆ เลยก็คือ เบน ชวาร์ตซ์ ซึ่งแสดงเป็น โซนิค ยืนยันว่าผู้กำกับฟาวเลอร์ “รักโซนิค และทุกการตัดสินใจของเขาก็เกิดมาจากความรักนั้นครับ มันน่าตื่นเต้นที่ได้มาแสดงเป็น โซนิค ผ่านสายตาของเขาครับ”

Loading...
Loading...
คอหนังดอทคอม webkornang@gmail.com