รีวิว Tonight, At Romance Theater รักเรา ... จะพบกัน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในรักแท้ พบกับภาพยนตร์รักญี่ปุ่นที่สร้างปรากกการณ์ น้ำตาซึมมากที่สุดที่ญี่ปุ่น เมื่อวาเลนไทน์ที่ผ่านมา Tonight , at Romance Theater รักเรา ...จะพบกัน Tonight , at Romance Theater จึงถือเป็นอีก 1 ภาพยนตร์รักเรื่องสำคัญที่ให้คนรักหนังรำลึกถึงภาพยนตร์ที่รักในช่วงเวลานั้น โดยระหว่างถ่ายทำฉากนี้ ฮารุกะ อายาเสะ นักแสดงนำผู้รับบทมิยูกินางเอกของเรื่อง ได้กลั้นน้ำตาระหว่างถ่ายทำไว้ไม่อยู่อีกด้วย

Tonight, At Romance Theater เด็กหนุ่มที่ฝันจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เขาแอบมีใจให้กับมิยูกิ (อายาเสะ ฮารุกะ) เจ้าหญิงจากภาพยนตร์ขาวดำเก่าๆ ที่พบในห้องฉายหนังของ “โรงละคร Romance” ที่เขาเข้าออกทุกวันเพื่อชมภาพยนตร์เรื่องเดิมที่ไม่เคยมีใครชมมาก่อน แต่ทว่าวันหนึ่งปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นต่อหน้าเขา อยู่ๆ มิยูกิก็ปรากฏตัวขึ้น ตั้งแต่วันนั้นมา ทั้งคู่จึงเริ่มอาศัยอยู่ร่วมกันท่ามกลางความสัมพันธ์แปลกๆ เคนจิได้พามิยูกิที่เดิมทีรู้จักแต่โลกขาวดำไปรู้จักกับโลกแห่งความจริงที่เต็มไปด้วยสีสัน พวกเขาใช้เวลาในแต่ละวันร่วมกัน จนทั้งคู่ต่างก็เริ่มมีใจให้กัน แต่ทว่ามิยูกิก็มีความลับอยู่ นั่นก็คือตัวของเธอจะหายไปเมื่อได้สัมผัสตัวคนที่เธอรัก เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการที่เธอข้ามมาสู่โลกแห่งความจริง แถมมิยูกิยังมารู้อีกว่าลูกสาวของเจ้าของบริษัทภาพยนตร์ โทโกะ (ฮอนดะ ซึบาสะ) เองก็แอบมีใจให้เคนจิ เพราะรักจึงอยากสัมผัส แต่กลับสัมผัสไม่ได้..... ความรักของทั้งคู่จะสมหวังหรือไม่พบคำตอบได้ใน Tonight, At Romance Theater รักเรา ... จะพบกัน




ผลงานหนังรักญี่ปุ่นเรื่องใหม่สุดป๊อปปุล่าที่เข้าฉายที่ญี่ปุ่นใน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมาและ เปิดตัวอันดับ 1 บนตาราง BOX-OFFICE ทันที อีกทั้งยังทำรายได้ทำลายสถิติที่ภาพยนตร์รักเรื่องดัง KIMI NO SUIZO WO TABETAI ( ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ ) เคยสร้างสถิติไว้เมื่อปลายปี 2017 แม้นี่จะเป็นเรื่องนึงที่พล็อตเรื่องมีความเป็นญี่ปุ่นในแบบที่มีแบบแผนของหนังเป็นสูตรสำเร็จอยู่แล้ว แต่รายละเอียดของหนัวงมันมีอะไรที่มากกว่า ชวนให้รู้สึกรัก หวนถึงความหลัง และอะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กัน

เรื่องราวเริ่มต้นด้วยความฮา และดูเปิ่นๆ ของ เคนจิ พระเอกในเรื่องของเรา ผู้ช้วยผู้กำกับอารมณ์ประมาณคนใช้ที่ต้องทำไปซะทุกอย่าง กับการนั่งจ้องมอง มิยูกิ นางเอกของละครฟิล์มเรื่องนึงในสมัยนั้น เคนจิเปิดหนังนั่งดู มิยูกิ ทุกวันจนเอหลุดออกมาในโลกแห่งความจริง ความวุ่นวายก็ได้เริ่มต้นขึ้น ความซื่อของพระเอก และตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นของนางเอกมารวมกัน เกิดกลายเป็นความรักสุดฮาจากคนหลวงยุคเพิ่มเข้ามาด้วย แต่เรื่องราวมันก็ไม่ได้ง่ายเลย เพราะมันมีเงื่อนไข เนื่องจากเธอไม่ใช่คนบนโลกใบนี้ หากทั้งคู่โดนตัวกัน เธอจะหายไป

หนังไม่เลี่ยน ไม่หวานแหววสำหรับคนในยุคปัจจุบัน ผิดกับหนังรักญี่ปึ่นเรื่องอื่นๆ ที่จะสร้างบรรยากาศรักดื่มด่ำพร้อมดราม่าน้ำตาตกกันเรื่อยๆ แต่เรื่องนี้มันเดินเรื่องไปในแบบฮาๆ เรื่อยๆ เสียมากกว่า ระหว่างทางตัวละครก็กุ๊กกิ๊กกันบ้าง มีดราม่าแทรกบ้าง อะไรบ้าง แต่ไม่ได้มีโอบกอด จูบรัดฟัดเหวี่ยงอะไรแบบนั้น แน่ล่ะ ก็เพราะโดนตัวกันไม่ได้นี่

ฉากที่น่าประทับใจและทำผู้ชมน้ำตาซึมมากที่สุดฉากหนึ่งก็คือ ฉากที่มิยูกิกับเคนจิจูบกันผ่านกระจก ฉากนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์คลาสสิค เรื่อง Till We Meet Again(1950) เป็นฉากที่ทั้งบริสุทธิ์และงดงามซึ่งถูกใช้เป็นปมของหนังในแง่ของการที่คู่รักอยากสัมผัสกันและกันแต่ไม่สามารถทำได้ โดยฉากหลังของภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกกำหนดให้เป็นปี 1960 เพราะเป็นยุคที่เปลี่ยนจากยุคภาพยนตร์มาเป็นยุคโทรทัศน์ โดยเริ่มมีออกอากาศโดยผ่านโทรทัศน์สีในปี 1958 และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้จำนวนผู้ชมภาพยนตร์ลดลงอย่างรวดเร็วในปี 1960 ภาพยนตร์หลายเรื่องต่างก็ถูกลืมไปตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

ความรักนั้นมีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบที่สมหวัง และแบบที่ผิดหวัง และในความสมหวังและผิดหวังนั้นก็ยังมีความรักที่อยู่ด้วยกันได้และความรักที่ต้องพลัดพรากจากกันไป แต่ละความรักต่างมีอุปสรรคของตัวเอง แต่ถึงอย่างไรแล้วความรักก็คือความรัก สำหรับความรักเคนจิและมูยูกิจะลงเอยเช่นไร ไปร่วมลุ้นกันได้ในโรงภาพยน

เขียนโดย Watcharit Jira

  อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
จัดทำขึ้นเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์เท่านั้น คอหนังดอทคอม @ Email : webkornang@gmail.com