รีวิว Anon แหกกฎล่า ฆ่าล้ำอนาคต

“Anon อานอน แหกกฎล่า ฆ่าล้ำอนาคต” บอกเล่าเรื่องราวของ ซัล ฟรีแลนด์ (ไคลฟ์ โอเวน) ตำรวจผู้เผชิญกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ดูเหมือนว่าทุกคดีมีส่วนเกี่ยวข้องกัน ซัลได้ออกตามหาตัวคนร้ายเหมือนดั่งที่นักสืบทั่วไปทำ แต่ในสถานที่ราวกับโลกอนาคตแห่งนั้น ซัลมีข้อได้เปรียบข้อหนึ่งที่สามารถช่วยในการไขคดีเหล่านั้น นั่นคือระบบที่บันทึกกิจกรรมทุกอย่างของทุกๆ คนด้วยความถี่ระดับเสี้ยววินาที ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกบันทึกลงบนฐานข้อมูลที่มีชื่อว่า The Ether ซึ่งเหล่าผู้รักษากฎหมายสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลนี้ได้ มนุษย์ทุกคนจะต้องได้รับการฝัง คอมพิวเตอร์ชีวภาพ (biosyn computer) ที่จะบันทึกทุกกิจกรรมในชีวิตของพวกเขา คอมพิวเตอร์นี้ชื่อว่า The Mind’s Eye ซึ่งมันทำให้ทุกคนไม่มีความเป็นส่วนตัวอีกต่อไป เพียงแค่คุณเดินไปตามท้องถนน คุณก็สามารถเห็นข้อมูลของทุกคนที่ปรากฏต่อสายตาของคุณ คุณจะเห็นว่าพวกเขาใส่นาฬิกายี่ห้ออะไร พวกเขาซื้อรถที่ไหน ข้อมูลเหล่านั้นจะปรากฏในสายตาของคุณความเป็นส่วนตัวทั้งหมดที่คุณรู้จักจะสูญหายไปจากโลกนี้ และมันก็คือจุดสิ้นสุดของการก่ออาชญากรรม ถึงแม้ว่าจะมีการก่อคดี ผู้ต้องหาก็จะถูกมัดด้วยหลักฐานอย่างง่ายดาย และการสอบสวนก็กลายเป็นแค่งานเอกสาร ตำรวจเป็นแค่สัญลักษณ์ การดำเนินกระบวนการทางกฎหมายอันยืดยาวเหลือเพียงแค่ขั้นตอนสั้น ๆ ดั่งดาวน์โหลดจากทางอินเทอร์เน็ต

แต่เมื่อ ซัล ได้ค้นลงไปในคดีเหล่านั้น พวกมันมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกัน สิ่งนั้นคือสัญญาณของการพังทลายของระบบที่สังคมให้ความเชื่อถือ มีใครบางคนค้นพบวิธีเจาะระบบ The Ether เพื่อไปดัดแปลงบันทึกข้างในเพื่อปกปิดการก่ออาชญากรรม ซัลและหัวหน้าของเขา ชาลส์ แกททิส (คลอม ฟิโอเร) ต้องรับมือกับความกดดันที่พวกเขาไม่เคยเผชิญมาก่อน พวกเขาต้องหาผู้กระทำผิดและอุดรอยรั่วของระบบนี้ให้ได้ ในขณะที่เขาได้ทำการสืบสวนคดีนี้ เขาได้พบกับเรื่องที่ทำให้เขาประหลาดใจ ซึ่งในตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงสิ่งที่ไม่สำคัญ ในขณะที่เขากำลังเดินอยู่บนท้องถนน เขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง (อะแมนดา ไซเฟร็ด) ที่ Mind’s Eye ของเขาไม่สามารถระบุตัวตนได้ แรกเริ่มเขาคิดว่ามันเป็นความผิดพลาดของระบบ แต่แล้วเขาก็ตระหนักได้ว่าหญิงสาวคนนั้นคือเบาะแสชิ้นแรกของเขา และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจในการตามหาหญิงสาวคนนั้นที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่จริง

เรื่องราวของหนังมีความไซไฟมากพอสำควร เมื่อประสาทสัมผัสสามารถถูกจัดเก็บข้อมูลได้ในทันที การมองเห็นของใคร ๆ จะถูกบันทึกเก็บไว้โดยตลอด ความทรงจำถูกจำเก็บบนเซิร์ฟเวอ์ในทันที สามารถเปิดเรียกดูผ่านดวงตาได้ทันที ดวงตากลายเป็น input แบบดิจิตอลไป โสตประสาทตาของแต่ละคนสามารถถูกแฮ็กการมองเห็นให้มองเห็นเป็นอย่างอื่นได้ ราวกับตัดต่อวีดีโอกันสด ๆ ฉากต่อฉากเลย หากหนังเรื่องนี้ฉายเร็วกว่านี้หลายปีหน่อยผู้ชมคงว้าวกันน่าดู

แม้เรื่องราวจะดูน่าสนใจแต่การเล่าเรื่องราวมันยังทำให้รู้สึกแหว่ง ๆ ขาด ๆ ไป มิติตัวละครยังไม่ครบ ปริศนาเจอกันได้ง่ายมาก บางครั้งนึกจะเล่าอะไรก็เล่า พยายามที่จะเล่าเอาไว้เพื่อเอามาสร้างปมตัวละคร หลายช่วงหนังเล่าช่วงนั้นยาวเกินไป วนไปวนมาเลยทำให้รู้สึกเบื่อจนอยากจะข้ามซีนนั้นไปเลยบ้าง ทั้งที่การเข้าถึงความทรงจำหรืออะไร ๆ มันง่ายดาย แต่ตัวละครก็ไม่เอะใจหรือสงสัยอะไรกันเลย

ในขณะที่เทคโนโยลีการบันทึกภาพจากดวงตาล้ำหน้าไปมากขนาดนี้ แต่เรากลับไม่เห็นการพัฒนาเทคโนโลยีอื่น ๆ ในตัวหนังที่โดดเด่นขึ้นมาเลยทั้งที่น่าจะมีอะไรมากกว่า AR โดยเฉพาะเรื่องการพิมพ์ข้อความ หรือการเลือกไฟล์ผ่านดวงตาที่ไม่รู้ว่ารับ input กันอย่างไร สั่งงานด้วยการจ้องไปจุด ๆ หนึ่งหรืออย่างไร แต่ถ้าทำกันได้ขนาดนั้นแล้ว ก็น่าจะมีเทคโนโลยีอะไรที่มากกว่านี้ให้เห็นกันบ้าง

น่าแปลกตรงที่หนังเรื่องนี้กลับไม่ได้แอ็คชั่นจ๋าอย่างที่คิด มันกลายเป็นหนังไซไฟจ๋าไปเสียได้ อาจจะทำให้หลาย ๆ เป็นไซไฟ และตามไขปริศนาไปได้ เรื่องราวเลยต้องมีการปูพื้นที่เยอะ มีการพูดของตัวละครเยอะด้วย ช่วงให้รู้สึกเบื่อได้บ้าง 

เรื่องที่แปลก ๆ ทะแม่ง ๆ อย่างการตัดจอภาพของมนุษย์เป็นภาพตัดต่อสด ภาพที่ตัดเข้ามาเป็นภาพลอย ๆ เหมือนมีฉากกั้น ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ หากเป็นภาพที่พื้นหลังโปร่งใสก็ยังพอเข้าใจกันได้ และการปรับภาพจอประสาทตาที่มองเห็นสด ๆ เหมือนสิ่งที่มองเห็นผ่านม่านตาเป็นเพียง output จากอุปกรณ์หนึ่งและสามารถสลับไปมาได้ ขัดหูขัดตาบ้าง แต่สำหรับหนังไซไฟอะไรก็อาจจะเกิดขึ้นได้

เขียนโดย Watcharit Jira

  อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ข้อมูลหลัก
Anon แหกกฎล่า ฆ่าล้ำอนาคต
เรื่องราวอื่น ๆ
จัดทำขึ้นเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์เท่านั้น คอหนังดอทคอม @ Email : webkornang@gmail.com