รีวิว : Lady Bird

ภาพยนตร์ ตลกดราม่าที่เพิ่งได้รับรางวัลจากลูกโลกทองคำ Best Motion Picture - Musical or Comedy และ Best Performance by an Actress in a Motion Picture - Musical or Comedy ไปหมาดๆ Lady Bird ผลงานกำกับของ Greta Gerwig ที่กำลังเป็นที่ฮือฮาเพราะความธรรมดาของมันกลับไม่ธรรมดาอย่างที่ใครๆ คิด

ใน "Lady Bird" เกรต้า เกอวิค แจ้งเกิดอีกครั้งกับการกำกับภาพยนตร์เรื่องเยี่ยม ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันและความสัมพันธ์ที่แสนจะปั่นป่วนระหว่างแม่และลูกสาวที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น- คริสทีน 'เลดี้เบิร์ด' แม็คเพียร์สัน (เซียร์ชา โรแนน) ต่อต้านแม่ของเธออย่างหนัก ในขณะเดียวกันก็ทั้งรักและเป็นห่วงคุณแม่ที่สุดแสนจะเข้มแข็ง (ลอรี เม็ตคาล์ฟ) พยาบาลวัยกลางคนผู้ต้องรับภาระดูแลครอบครัวอย่างยากลำบากหลังจากพ่อของเลดี้เบิร์ด (เทรซี เล็ตส์) ตกงาน, เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเมืองซาคราเม็นโต รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2002 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสุดพลิกผันของเศรษฐกิจอเมริกัน

เลดี้เบิร์ด (เซอร์ช่า โรแนน) เด็กสาวอินดี้สุดแสบของโรงเรียนคาทอลิกสุดเคร่งในเมืองซาคราเมนโต เมืองหลวงของรัฐแคลิฟอเนียที่เวลาคนนึกถึงแคลิฟอร์เนีย พวกเขามักจะนึกถึงซานฟรานซิสโกหรือลอสแองเจลีสเสียมากกว่าเมืองเกษตรกรรมเรียบๆ นี้ เธอไม่พอใจชีวิตตัวเองเลย เธอไม่ถูกใจสิ่งต่างๆ รอบตัวแทบทั้งสิ้น ทั้งครอบครัว ฐานะ กฎระเบียบในรั้วโรงเรียน อนาคตที่แม่เธออยากให้เป็น มหาวิทยาลัยที่แม่จะส่งไปเรียน รวมไปถึงกระทั่งชื่อที่พ่อแม่เธอตั้งให้ เธอก็เลยตั้งชื่อใหม่ให้ตัวเองว่า เลดี้ เบิร์ด จากชื่อ คริสติน ที่พ่อแม่ตั้งมาให้

ตัวหนังมีระยะเพียงราวๆ ชั่วโมงค่อนๆ เพียงเท่านั้น พล็อตเรื่องราวก็ธรรมดา แต่ทว่าการบอกเล่าเรื่องราวของมันลึกซึ้งและมีรายละเอียดรอบตัวเลดี้เบิร์ดมากมายจนผู้ชมแทบจะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองแทบจะไปตามติดชีวิตของเลดี้เบิร์ดเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าแกนเรื่องของหนังคือเลดี้เบิร์ด แต่รายละเอียดของคนรอบตัวที่วนเวียนอยู่รอบตัวของเธอเองก็ไม่ได้จืดจางเพื่อให้เธอดูโดดเด่นผิดแปลกไปคนเดียว

อาจจะเหมือนใครหลายๆ คน ในช่วงวัยหัวเลี้ยวต่อก่อนจะก้าวขึ้นสู่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่จะเป็นตัวตัดสินเส้นทางเดินในอนาคต เรากำลังพยายามที่จะโฟกัส ตามหา เลือกอะไรสักอย่างที่มันอาจจะไม่ใช่ตัวเรา ซึ่งเราก็คิดว่ามันน่าที่จะเป็นไปได้ เพราะคนอื่นเองก็ยังเป็นได้เลย จนอาจจะต้องสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป หลายๆ สิ่งที่เสียไปแล้วก็อาจจะไม่หวนกลับมาอีกเลยก็เป็นได้

เซียร์ช่า โรแนน คือแกนสำคัญทีทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ยอดเยี่ยม เธอสร้างความเป็น เลดี้ เบิร์ด นกน้อยแสนอลเวง ความแสบซ่า บ้าบิ่นของเธอนั้นแสดงให้ผู้ชมสัมผัสถึงนกน้อยตัวเก่งที่กำลังหัดผิดแต่ก็ไม่อาจจะบินได้แกร่งเหมือนนกที่โตแล้ว พยายาทะยานบออกแล้วพลัดตกจากรังอยู่เสมอๆ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเวลาที่นกน้อยตัวนั้นบินกลับรังมาก็ยังคงมีความอบอุ่นรอคอยอยู่เสมอ

ใครที่กลัวว่าหนังรางวัลจะดูยาก หนังดราม่าครอบครัวมักเป็นหนังที่พ่อแม่จะโผล่ออกมาบ่นลูกอย่างน่าเบื่อจนลูกหนีออกจากบ้านไปเผชิญวิกฤตเอง คงต้องมองหนังเรื่องนี้ใหม่ มันเป็นหนังที่ดูจะเจ็บปวดแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่น ชวนคิดถึงความหลังที่ผ่านๆ มา เรื่องราวบอกเล่าในแบบที่ไม่มีอยากหรือซับซ้อนแต่อย่างใด แต่แฝงไปด้วยเรื่องให้ผู้ชมต้องไปจินตนาการอะไรหลายๆ อย่างต่อเอาเอง

คะแนนภาพรวม 4.5/5

เขียนโดย Watcharit Jira

  อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
จัดทำขึ้นเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์เท่านั้น คอหนังดอทคอม @ Email : webkornang@gmail.com