รีวิว : Pacific Rim Uprising ปฎิวัติพลิกโลก

กลับมาอีกครั้งกับบล็อกบัสเตอร์หุ่นยนต์ปะทะสัตว์ประหลาดจากนอกโลก Pacific Rim ภาคแรกที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่จดจำไปแล้ว ครั้งใหม่นี้บรรดาเยเกอร์มาพร้อมกับความมันที่อัพเกรดเพิ่มเติมจากภาคก่อน Pacific Rim Uprising ด้วยหุ่นยนต์ที่อัดแน่นมากขึ้น อัพเกรดหุ่นยนต์พร้อมทั้งอาวุธใหม่ๆ มากมาย ฉากการปะทะกันอย่างจุใจ แอ็คชั่นกันอย่างถึงพริกถึงขิง และยังเอาใจชาวเอเชียอย่างเราด้วยการเพิ่มบทบาทที่หลายๆ คนคาดหวังไว้มากขึ้นด้วย กลับมาใหม่คราวนี้จุใจแฟนๆ แน่นอน

พบกับการต่อสู้ที่ครอบคลุมทั่วโลกระหว่างสัตว์ประหลาดจากนอกโลกที่มีพลังทำลายล้างสูงและสุดยอดเครื่องจักรกลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกำจัดพวกมัน ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เป็นเพียงปฐมบทที่นำไปสู่การโจมตีมนุษยชาติแบบเต็มพิกัดใน Pacific Rim Uprising แปซิฟิค ริม ปฏิวัติพลิกโลก

จอห์น โบเยกา (Star Wars: The Force Awakens) นำแสดงในบท เจค เพนท์คอสต์ ชายหนุ่มหัวรั้น ผู้เคยเป็นผู้บังคับเยเกอร์อนาคตไกล ผู้ซึ่งพ่อผู้โด่งดังของเขาสละชีวิตเพื่อชัยชนะของมนุษยชาติเหนือสัตว์ประหลาด "ไคจู" นับตั้งแต่นั้นมา เจคก็เลิกฝึกฝนและเข้าไปพัวพันกับโลกอาชญากรรม แต่เมื่อภัยคุกคามที่ร้ายแรงยิ่งกว่าถูกปลดปล่อยออกมา เพื่อทำลายเมืองและสร้างความสิ้นหวังให้กับโลกใบนี้ เขาก็ได้รับโอกาสสุดท้ายในการสานต่อปณิธานของพ่อเขาจากน้องสาวผู้หายตัวไปนานของเขา มาโกะ โมริ (รินโกะ คิคุจิ) ผู้นำพลขับผู้กล้าหาญรุ่นใหม่ ผู้เติบโตภายใต้เงาสงคราม ในตอนที่พวกเขาแสวงหาความยุติธรรมให้กับผู้ที่ล่วงลับ ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขาคือ การรวมใจเป็นหนึ่งในการลุกฮือของคนทั่วโลกเพื่อต่อต้านกองกำลังที่หมายจะกำจัดพวกเขาให้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์

เจคได้ร่วมมือกับแลมเบิร์ต (สก็อตต์ อีสต์วูดจาก Fast & Furious 8) นักบินที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ผู้เป็นคู่แข่งของเขา และแฮ็กเกอร์ เยเกอร์วัย 15 ปี อมารา (ไคลี สเปนีย์ นักแสดงหน้าใหม่) และบรรดาวีรบุรุษจากกองกำลังปกป้องภาคพื้นแปซิฟิค ก็กลายเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ของเขา ในการก้าวไปสู่การเป็นกองกำลังป้องกันที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยปรากฏขึ้นบนผืนโลก พวกเขาจะสร้างปรากฏการณ์การผจญภัยสุดตระการตามันส์ระทึกโลกให้เป็นที่ประจักษ์

แม้จะบอกว่าเป็นภาคต่อแต่หนังก็ไม่ได้เอามจแต่แฟนๆ ที่ติดตามมาจากภาคก่อน เรื่องราวของภาคนี้จะเป็นการขยายความการบุกของไคจูในภาคก่อน รู้จักกับตัวละครใหม่ๆ หุ่นยนต์ใหม่ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูภาคก่อนก้สามารถที่จะเข้าใจเรื่องราวต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปดูมาก่อน ช่วงแรกใช้เวลาปูพื้นนนิดหน่อย มีการแซมการปะทะกันของเยเกอร์เพื่อให้หนังไม่น่าเบื่อ และเตรียมแอ็คชั่นกับการปะทะไคจูในช่วงไคลแม็กซ์กันต่อ

ภาคนี้ดู Mass มากกว่าภาคก่อน เรื่องราวไม่ได้จำกัดอยู่เล็กๆ ไม่ใช่เพียงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งรวมตัวฝึกขับหุ่นยนต์พิทักษ์โลก คราวนี้ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียอย่างจีนเข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อโลกใบนี้เป็นอย่างมาก ภาคนี้หุ่นยนต์ไม่ได้ออกมาปะทะกันทื่อๆ มันถูกดีไซน์มาให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้น มีท่วงท่า ลีลาการออกตัว ออกอาวุธ จะว่าไปแล้วหุ่นยนต์ทำกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ

เรื่องราวกระชับ เล่าไว เข้าใจง่าย ตามลุ้นกันไปว่าใครเป็นตัวปัญหา แต่ทว่างานภาพมีจุดแปร่งๆ อยู่บ้าง บางฉากถ้าสังเกตมากพอจะรู้สึกว่ามันลอยๆ ไม่เนียนเท่าที่ควร แปร่งๆ ผิดตาบ้างถึงพอสมควร ส่วนประกอบอื่นๆ เราสามารถสัมผัสได้ในหนังหุ่นยนต์ฟอร์มยักษ์ทั่วๆ ไป อย่าง Transformer

ด้วยความบู๊แอ็คชั่นมันระทึก และไม่ต้องคิดอะไรมาก จึงทำให้เรามองหาแต่ความมันจากหนังเรื่องนี้เพียงเท่านั้น ฉากปะทะและปริศนาที่มากันแบบงงทำให้เราลืมเรื่องปัญหาต่างๆ ที่ดูพิลึกแปลกๆ ของตัวบท ความเป็นมา งานกราฟิกแปลกๆ ออกไปได้บ้าง มันมาพร้อมกับความยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่ฝั่งเยเกอร์ ฝั่งไคจูเองก็อัพเกรดตัวเองมาพร้อมปะทะด้วยเช่นกัน แถมด้วยความ Mass ที่เพิ่มมากขึ้น พี่จีนเล่นใหญ่ไม่ใช่ย่อย Made in China ไม่ใช่ของเล่นกิ๊กก๊อกนะ มีดราม่าบ้าง แต่ไม่ต้องซึ้ง เพราะจะเอามันอย่างเดียว

เขียนโดย Watcharit Jira

  อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
จัดทำขึ้นเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์เท่านั้น คอหนังดอทคอม @ Email : webkornang@gmail.com