[รีวิว] The Knight of Shadows : Between Yin and Yang โคตรพยัคฆ์หยินหยาง

มาเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อพบกับความมันส์ครั้งใหญ่ในเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง! ภาพยนตร์แอคชั่น-แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ส่งตรงจากเมืองจีน ที่จะดึงจินตนาการที่มีทั้งหมดของคุณออกมา เพื่อให้คุณได้พบกับความบันเทิงครั้งใหญ่ในตรุษจีนปี 2019 ที่จะถึงนี้ ตัวพ่อสายบู๊สู้ฟัดฉบับออริจินอล “เฉินหลง” (Jackie Chan) กลับมาแล้ว และที่สำคัญเป็นการคัมแบ็คครั้งใหญ่ในเวอร์ชั่นที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

“The Knight of Shadows: Between Yin and Yang โคตรพยัคฆ์หยินหยาง” บอกเล่าเรื่องราวเมื่อเกราะคุ้มกันระหว่างอาณาจักรมนุษย์และปีศาจได้ล่มสลาย กองทัพอสูรกายกำลังรุกล้ำเข้ามาอาละวาดยังโลกมนุษย์ ราชันย์อสูรจึงได้ส่งนักล่ามือฉมัง “ซงหลิง” (เฉินหลง) ที่ปลอมตัวมาในคราบนักสืบ เพื่อแกะรอยพวกมันทุกตัวกลับไป ด้วยอาวุธประจำตัวคือ “พู่กันวิเศษ” ของราชันย์อสูร พร้อมกับลีลาท่าไม้ตาย “ตวัดพู่กันพิฆาตอสูร” โดยมีเหล่าสหายอสูรทั้งสามคอยร่วมสู้เคียงข้าง

ภารกิจตามล่าเหล่าอสูรเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ซงหลิง ต้องร่วมมือกับนักสืบ “เฟย” (หลิน โป๋หง) และอีกหนึ่งนักล่าอสูร “ซีเซีย” (หร่วน จิงเทียน) ที่ซงหลิงเคยช่วยชีวิตไว้ระหว่างการต่อสู้กับปีศาจกระจก ออกไขคดีเด็กสาวในหมู่บ้านที่หายตัวไปอย่างปริศนา ก่อนจะพบว่าเด็กสาวเหล่านั้นถูก “เสี่ยวเชี้ยน” (จง ฉู่ซี่) เจ้าหญิงจิ้งจอกอสูรเป็นผู้จับตัวไป ซงหลิงจึงต้องนำทีมนักล่าอสูรและเหล่าสหายอสูรเผชิญหน้าการต่อสู้ครั้งสำคัญที่จะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งโลกมนุษย์และดินแดนอสุรกาย

หนังจีนแอ็คชั่นช่วงตรุษจีนเป็นเวลาที่ลงตัวอย่างยิ่ง แถมมาพร้อมกับเฉินหลงที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เรื่องราวเดินไปอย่างสนุกสนานตามแบบฉบับของนักแสดงหลักอย่างเฉินหลงแหละ เราจะได้เพลิดเพลินไปกับการตามสืบคดีของ ซงหลิง ซึ่งนำแสดงโดยเฉินหลง พาไปท่องโลกอสูร แน่นอนว่ามักจะมีเรื่องตลก ๆ อยู่เสมอเมื่อเฉินหลงเล่น จนหลาย ๆ เวลามันก็ตลกเกินไป เลยไม่ค่อยดราม่าเท่าไหร่นัก

งานภาพ CG ต้องกล่าวว่ามันก็สวยอยู่หรอก แต่ทว่ามันโดดออกจากฉากแทบจะตลอดเรื่อง อาจจะด้วยงบน้อยหรืออะไรก็แล้วแต่ เห็นแล้วรู้ชัดเจนเลยว่ามันโดดออกมา ไม่ได้เนียนจนสัมผัสไม่ได้ว่าเป็น CG ใส่เข้ามา อันนี้คือรู้ทั้งเรื่องเลยว่าโดด แนบมาด้วยดราม่าความรักคนปีศาจที่รักกันอย่างไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่นัก สักพักนึงก็จะรู้สึกเลี่ยน ๆ ขึ้นนิดหน่อย ให้เรารู้แค่ว่ารักกันก็พอ

แต่การเดินเรื่องก็จะเอื่อย ๆ ในช่วงแรกไปเสียหน่อย แลดูเนื้อเรื่องวน ๆ อยู่ที่เดิม ได้แต่ความฮากันไปเสียมากกว่า เหมือนจับฉ่าย จับอะไรมาต้มได้ก็เอา เล่าเป็นก้อน ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่มีจุดหมาย ผ่านไปสักพักถึงจะเริ่มมาเน้นดราม่าเพิ่มขึ้นมา เข้มข้นขึ้นในช่วงหลัง บางฉาก ฉากหลังก็ดูดเหมือนฉากสร้างขึ้นมาเลยก็ว่าได้ ไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ ผสมกับ CG ที่โดดเข้ามาเลยทำให้รู้สึกว่านักแสดงก็แสดงไปกับความว่างเปล่าที่มายัเ CG เพิ่มทีหลัง ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ เรื่องราวของปีศาจก็มีมากมายหลายตัว มีทั้งโผล่แบบฮา ๆ และโผล่มาดราม่า เฉินหลงที่ลดวัยดูหนุ่มขึ้นมาก็จริง แต่ด้านการแสดงก็ยังทำให้เขาดู่อนกว่าวัยจริง ๆ ของเขาอยู่

  อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
  เรื่องราวอื่น ๆ
จัดทำขึ้นเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์เท่านั้น คอหนังดอทคอม @ Email : webkornang@gmail.com