[รีวิว] Dumbo ดัมโบ้

จากอนิเมชั่นคลาสสิกที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมของดิสนีย์และผู้กำกับมากจินตนาการ ทิม เบอร์ตัน สู่ภาพยนตร์ไลฟ์-แอ็คชั่นผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ “ดัมโบ้” กับเรื่องราวของความแตกต่างและการยอมรับ ผลงานชั้นเยี่ยมจากดิสนีย์ที่แฟน ๆ ทั่วโลกยอมรับ กลับมาพร้อมกับดารานักแสดงฮอลิวู๊ดน้อยใหญ่และงานกราฟิกสุดเจ๋ง

Dumbo ร้อยเรียงความประทับใจในอดีตสู่ฉบับภาพยนตร์ ณ ที่ซึ่งความแตกต่างเป็นเรื่องน่ายินดี ครอบครัวรักใคร่แน่นแฟ้น และความฝันโบยบิน เจ้าของคณะละครสัตว์ แม็กซ์ เมดิซี่ (แดนนี่ เดอวีโต้) ขอให้อดีตนักแสดง โฮลท์ ฟาริเออร์ (โคลิน ฟาร์เรล) และลูกๆของเขา มิลลี่ (นิโค พาร์คเกอร์) และ โจ (ฟินลีย์ ฮ็อบบินส์) ดูแลลูกช้างเกิดใหม่ ที่ใบหูขนาดใหญ่กว่าปกติ ทำให้เขาถูกหัวเราะเยาะ ในคณะละครสัตว์ที่สถานภาพไม่ค่อยจะสู้ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อพวกเขาได้รู้ว่าดัมโบ้บินได้

คณะละครสัตว์ก็กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ จนเข้าตานักธุรกิจผู้คร่ำหวอดอย่าง วี.เอ. แวนเดเวอร์ (ไมเคิล คีตัน) ที่คอยสรรหาสัตว์ใหญ่ที่มีความแปลกประหลาดสำหรับ ดรีมแลนด์ อัครสถานความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่แห่งใหม่ล่าสุดของเขา ดัมโบ้ทะยานไปสู่ความสำเร็จคู่ไปกับนักกายกรรมผาดโผนผู้มีเสน่ห์และฝีมือจัดจ้าน คอเลตต์ มาร์แชนท์ (เอวา กรีน) จนกระทั่งโฮลท์ได้รู้ว่าภายใต้ประกายวับวามภายนอกของมัน ดรีมแลนด์ เต็มไปด้วยความลับอันดำมืด

การดำเนินเรื่องยังคงมาในรูปแบบสูตรสำเร็จของดิสนีย์ เรื่องนี้มีเร่องเล่าฝั่งมนุษย์กับเรื่องเล่าฝั่งสัตว์นิดหน่อย เรื่องราวฝั่งสัตว์ก็จะเน้นไปที่ดัมโบ้กับแม่ช้างจัมโบ้ ทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน แล้วก็ต้องพรากจากกัน ถึงแม้จะเจอกันอีกแต่ก็ยังโดนทนุษย์พรากไปอีก แม้จะเป็นช้าง ผู็เป็นแม่ก้มีความเป็นแม่ที่อยากจะปกป้องลูก ทั้งฝั่งลูกเองก็อยากที่จะปกป้องและอยุ่กับแม่เช่นกัน

ทางฝั่งมนุษย์มีเรื่องราวหลายอย่าง มีเรื่องราวของครอบครัว ทั้งครอบครัวจริง ๆ และครอบครัวในเชิงทางสังคม ดิสนีย์มีข้อเสียบางอย่างที่การเล่าเรื่องราวมักจะไม่ค่อยทำให้ผู้ชมถึงใจเสียเท่าไหร่กับการปูพื้นตัวละคร เนื้อเรื่อง และหลาย ๆ อย่างที่มันบังเอิญเกินจริงไปหน่อย คือเรื่องราวมันก็เป็นเรื่องเล่าจากจินตนาการอยู่แล้ว แต่หากใส่ความสมจริงเข้าไปอีกบ้างก็คงจะดีไม่ใช่น้อย งานนี้ดิสนีย์เล่าดราม่าครอบครัวไม่ค่อยเข้มข้นนัก ผู้ชมอาจจะไม่ค่อยรู้สึกอินกับเรื่องราวพ่อลูกเสียเท่าไหร่ ประเด็นลูกที่ขาดแม่ถือว่าทำได้ดีพอควร แต่ประเด็นอื่น ๆ โดยเฉพาะครอบครัวละครสัตว์ออกแนวเกินจริงจนไม่ค่อยจะอินไปเสียหน่อย

อาจจะด้วยเป้าหมายของการเล่าเรื่องราวนั้นแค่ต้องการหวนรำลึกถึงตัวละครช้างผู้แตกต่างที่ชโลมจิตใจผู้คนมาตั้งแต่สมัยก่อน เรื่องราวจึงไม่ได้เล่าลึกนัก เบา ๆ สบาย ๆ สารหลักของเรื่องอย่างเรื่องความแตกต่างถือได้ว่าชัดเจน แม้จะผ่านมากี่ปีก็ยังคงกล่าวถึงได้อยู่เสมอ ความแตกต่างไม่ใช่ความผิดหรือเรื่องน่าตลก แม้เราจะแตกต่างแต่เราก็อยู่ร่วมกันได้

ด้านการแสดงก็ถือได้ว่าออกมาโอเคโคลิน ฟาร์เรล, เอวา กรีน, แดนนี เดวีโต, และไมเคิล คีตัน แสดงได้ตามมาตรฐานของตนเอง งาน CG การตัดต่อทำให้เรารู้สึกเหมือดัมโบ้และสิ่งต่าง ๆ มีตัวตนอยู่จริง สมจริง ไม่ได้มีอะไรทำให้รู้สึกขัดมากนัก ถือได้ว่า แถมท้ายเรื่องยังมีเรื่องราวของสิทธิ์สัตว์โผล่เข้ามาด้วย เป็นตัวอย่างที่น่าภาคภูมิใจแก่เด็ก ๆ ที่ได้ดู ลองไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของช้างบินได้ตัวนี้กันดูเลย

  อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
  เรื่องราวอื่น ๆ
จัดทำขึ้นเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของวงการภาพยนตร์เท่านั้น คอหนังดอทคอม @ Email : webkornang@gmail.com