วิจารณ์ภาพยนตร์ : The Secret Garden มหัศจรรย์ในสวนลับ

เตรียมหัวใจคุณให้พร้อมและปลดปล่อยจินตนาการผจญภัยไปกับสาวน้อย “แมรี่” และเพื่อนใหม่ที่จะพาคุณผจญภัยในสวนลับและก้าวสู่โลกใบใหม่แสนมหัศจรรย์ พร้อมความทรงจำสุดประทับใจกับมิตรภาพและความสวยงามของสวนปริศนาตระการตาใน “The Secret Garden มหัศจรรย์ในสวนลับ” ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมคลาสสิค “The Secret Garden” ผลงานจากทีมผู้สร้างแฮร์รี่ พอตเตอร์ และมือเขียนบทมหัศจรรย์วันเดอร์ นำแสดงโดย คอลิน เฟิร์ธ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก The King’s Speech ร่วมด้วยนักแสดงผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ จูลี่ วอเตอร์ส และนักแสดงดาวรุ่งดวงใหม่ ดิกซี่ เอเจอริกซ์ เจ้าของรางวัล BAFTA KID ผู้มารับบทเป็น แมรี่ เด็กสาวผู้ถูกทอดทิ้ง ไร้ซึ่งมิตรภาพและความรัก จากประเทศอินเดียสู่เกาะอังกฤษ และได้พบกับเวทมนตร์มหัศจรรย์แห่งมิตรภาพครั้งใหม่ นำทางเธอสู่การผจญภัยในสวนปริศนาที่ไม่มีใครเคยได้เห็น

The Secret Garden มหัศจรรย์ในสวนลับ เรื่องราวของเด็กหญิงกำพร้า แมรี เลนน็อกซ์ (ดิกซี เอเกอริกซ์) ที่ต้องจำใจไปอาศัยอยู่กับคุณลุงผู้เย็นชา (คอลิน เฟิร์ธ) ในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอถูกจำกัดบริเวณและอยู่อย่างเดี่ยวดาย จนกระทั่งได้พบกับโคลิน(เอแดน เฮย์เฮิร์สต์) ลูกชายของคุณลุงที่ป่วยเดินไม่คล่อง กับเด็กชายชื่อดิกสัน (เอเมียร์ วิลสัน) ที่อยู่แถวนั้น ทั้งหมดกลายเป็นเพื่อนกันและได้ค้นพบสวนวิเศษสุดมหัศจรรย์ที่นำชีวิตชีวากลับมาสู่พวกเขาอีกครั้ง

มันเป็นเรื่องราวของ การฟื้นฟู สภาพของแต่ละคนในคฤหาสน์เดี่ยวหลังนี้ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ตัวละครแต่ละตัวมีปัญหาของตัวเองมาเป็นทุนเดิม เนื้อเรื่องค่อย ๆเล่าถึงปัญหาของตัวละครต่าง ๆ สลับแฟลชแบ้คกลับไปความทรงจำในอดีตเพื่อปูพื้นของตัวละครเรื่อย ๆ ทีละนิด ไม่เปิดไพ่เต็ม ๆ ทั้งหมด ชวนให้ผู้ชมสงสัยและต้องพยายามปะติดปะต่อแต่ชิ้นส่วนก็ยังน้อยเกินกว่าที่จะเดาไปในทางเดียวได้ ทำให้ต้องคอยโฟกัสตรงเนื้อหาไปเรื่อย ๆ เพื่อหาคำตอบที่ชวนสงสัยนั้น

ต้นเรื่องมีแต่เมฆหมอก เรื่องราวชวนให้สงสัย และปวดหัวกับความเอื่อยเฉื่อยของเนื้อเรื่องที่เดินช้าจนชวนหงุดหงิดอยู่บ้าง มืดมนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งผ่านมาได้กลาง ๆ เรื่อง หนังเริ่มมีสีสัน มีชีวิตชีวาขึ้นเรื่อย ๆ กว่าจะเข้าสู่ช่วงที่ดีก็กินเวลาไปเสียเนิ่นนานแล้ว การปูพื้นตัวละครก็ดูจะมีปัญหา เพราะแทบจะเทไปที่เด็ก ๆ สองคนอย่าง แมรี่กับโคลิน เกือบทั้งหมด จนตัวละครอื่นเหมือนแทบจะไม่มีบทบาทอะไร โดยเฉพาะพ่อของคอลลินที่บางครั้งก้รู้สึกเหมือนเอาออกจากเรื่องไปเลยก็ได้นะ ไม่มีการขยายปัญหา ปมทางจิตใจ ลักษณะนิสัยเฉพาะตัวให้ชัดเจนเท่าไหร่

ด้วยความที่หนังมีเวลาจำกัด และเทการปูพื้นไปที่แมรี่ไปครึ่งเรื่อง บทตัวละครอื่น ๆ เลยแทบจะโดนปัดตกไปเสียหมด หากเทียบกับหนังสือแล้วผู้ชมก็อาจจะแคลงใจที่หนังทำอะไรออกมาแปลก ๆ ไปบ้าง เพราะหนังสือสามารถพรรณนาเรื่องราวต่าง ๆ ให้ผู้อ่านนึกคิดจินตนาการได้ละเอียดกว่า แต่ในช่วงหลังหนังก็ได้สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจในสวนมหัศจรรย์ให้ผู้ชมได้รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้รอฉากที่บรรดาตัวละครเข้าไปในสวนไว ๆ และอยู่นาน ๆ ไป

คอหนังดอทคม รวบรวมเรื่องราวในวงการภาพยนตร์ทั้งไทย และเทศ
webkornang@gmail.com